Please use this identifier to cite or link to this item:
http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7478| Title: | ระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันขององค์กรในต าบลคอรุม อ าเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ : การก่อตัว การปรับตัว ระหว่างปี พ.ศ. 2554 - พ.ศ. 2564 |
| Other Titles: | COLLABORATIVE GOVERNANCE REGIME OF ORGANIZATIONS IN KORUM SUBDISTRICT, PHICHAI DISTRICT, UTTARADIT PROVINCE: FORMATION AND ADAPTATION, 2011-2021 |
| Authors: | มญชุดา สุพรจักร |
| Keywords: | ระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน การปรับตัวของระบอบความร่วมมือ ความเป็นพลวัติของความร่วมมือ |
| Issue Date: | 2569 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Abstract: | วิทยานิพนธ์เรื่อง “ระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันขององค์กรในต าบลคอรุม อ าเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ระหว่างปี พ.ศ. 2554–2564” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ท าความเข้าใจและ อธิบายแนวทางในการก่อตัวของระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันขององค์กรในต าบลคอรุม และ(2) ท าความเข้าใจพลวัตความร่วมมือและการปรับตัวขององค์กรในต าบลคอรุม โดยใช้กรอบ แนวคิดการบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance) และระบอบการบริหาร จัดการแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance Regime) ของ Emerson and Nabatchi (2015) เป็นกรอบวิเคราะห์หลัก การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในลักษณะการศึกษาเชิงกรณี (Case Study) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Data Collection) การสั ม ภ าษ ณ์ เชิ งลึ ก (In-depth Interview) แล ะการ สังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม (Non-participant Observation) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการก่อตัวของ ระบอบความร่วมมือการท างานของกลไกภาคี และกระบวนการปรับตัวของตัวแสดงในระดับพื้นที่ ผลการวิจัยพบว่า การบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน ขององค์กรในต าบลคอรุม เป็นกระบวนการพัฒนาที่ก่อตัวจากพลังภายในของชุมชน ประกอบกับการสนับสนุนจากภาคีภายนอก ในระดับต่าง ๆ โดยผู้วิจัยศึกษาผ่านองค์กรส าคัญสามแห่ง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างพื้นที่เรียนรู้ และขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมในชุมชน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนคอรุม สหกรณ์สถานีสูบน ้าไฟฟ้า คอรุม จ ากัด และโรงเรียนล าดวนวัยใส ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าระบอบความร่วมมือของต าบล มี ลักษณะยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวต่อบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และนโยบาย โดยเฉพาะในช่วง วิกฤตโควิด-19 ที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ของภาคีและความต่อเนื่องของกิจกรรมไว้ได้ ทั้งนี้ปัจจัย ส าคัญที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของความร่วมมือ ได้แก่ ความไว้วางใจร่วมกัน ทุนทางสังคม และการข เรียนรู้ร่วมระหว่างภาคส่วนโดยภาพรวมต าบลคอรุมสะท้อนให้เห็นระบอบการบริหารจัดการแบบ ร่วมมือเชิงปรับตัว (Adaptive Regime) ที่เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างโครงสร้าง กระบวนการ และ ผลลัพธ์ทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ข้อค้นพบส าคัญของงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันของ องค์กรในต าบลคอรุมเกิดจากการสั่งสมทุนทางสังคมและความสัมพันธ์ภายในชุมชน จนน าไปสู่การ สร้างระบอบความร่วมมือเชิงปรับตัวที่ยืดหยุ่นต่อบริบทที่เปลี่ยนแปลง โดยมีภาวะผู้น าร่วมและกลไก เชื่อมโยงระหว่างภาคีในและนอกชุมชนเป็นปัจจัยส าคัญ งานวิจัยนี้จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างองค์ความรู้ เกี่ยวกับพลวัตและการคงอยู่ของตัวแสดงในระบอบความร่วมมือ พร้อมเสนอให้ขยายกรอบแนวคิด ระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะ การบูรณาการมิติของทุนทางสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับกรอบแนวคิด เพื่อเพิ่มความเข้าใจต่อ พลวัตของระบอบความร่วมมือในสังคมท้องถิ่นอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีคุณูปการส าคัญ ในการเติมเต็มช่องว่างทางองค์ความรู้ในด้านแนวคิดระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน ความรู้ ทางรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะในบริบทของสังคมไทย |
| Description: | วิทยานิพนธ์ ปร.ด. สาขาวิชารัฐศาสตร์ |
| URI: | http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7478 |
| Appears in Collections: | คณะสังคมศาสตร์ |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| MonchudaSupornjak.pdf | 3.13 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.
