Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7478
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorมญชุดา สุพรจักร-
dc.date.accessioned2026-09-09T03:21:05Z-
dc.date.available2026-09-09T03:21:05Z-
dc.date.issued2569-
dc.identifier.urihttp://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7478-
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ ปร.ด. สาขาวิชารัฐศาสตร์en_US
dc.description.abstractวิทยานิพนธ์เรื่อง “ระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันขององค์กรในต าบลคอรุม อ าเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ระหว่างปี พ.ศ. 2554–2564” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ท าความเข้าใจและ อธิบายแนวทางในการก่อตัวของระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันขององค์กรในต าบลคอรุม และ(2) ท าความเข้าใจพลวัตความร่วมมือและการปรับตัวขององค์กรในต าบลคอรุม โดยใช้กรอบ แนวคิดการบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance) และระบอบการบริหาร จัดการแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance Regime) ของ Emerson and Nabatchi (2015) เป็นกรอบวิเคราะห์หลัก การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในลักษณะการศึกษาเชิงกรณี (Case Study) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Data Collection) การสั ม ภ าษ ณ์ เชิ งลึ ก (In-depth Interview) แล ะการ สังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม (Non-participant Observation) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการก่อตัวของ ระบอบความร่วมมือการท างานของกลไกภาคี และกระบวนการปรับตัวของตัวแสดงในระดับพื้นที่ ผลการวิจัยพบว่า การบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน ขององค์กรในต าบลคอรุม เป็นกระบวนการพัฒนาที่ก่อตัวจากพลังภายในของชุมชน ประกอบกับการสนับสนุนจากภาคีภายนอก ในระดับต่าง ๆ โดยผู้วิจัยศึกษาผ่านองค์กรส าคัญสามแห่ง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างพื้นที่เรียนรู้ และขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมในชุมชน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนคอรุม สหกรณ์สถานีสูบน ้าไฟฟ้า คอรุม จ ากัด และโรงเรียนล าดวนวัยใส ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าระบอบความร่วมมือของต าบล มี ลักษณะยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวต่อบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และนโยบาย โดยเฉพาะในช่วง วิกฤตโควิด-19 ที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ของภาคีและความต่อเนื่องของกิจกรรมไว้ได้ ทั้งนี้ปัจจัย ส าคัญที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของความร่วมมือ ได้แก่ ความไว้วางใจร่วมกัน ทุนทางสังคม และการข เรียนรู้ร่วมระหว่างภาคส่วนโดยภาพรวมต าบลคอรุมสะท้อนให้เห็นระบอบการบริหารจัดการแบบ ร่วมมือเชิงปรับตัว (Adaptive Regime) ที่เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างโครงสร้าง กระบวนการ และ ผลลัพธ์ทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ข้อค้นพบส าคัญของงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันของ องค์กรในต าบลคอรุมเกิดจากการสั่งสมทุนทางสังคมและความสัมพันธ์ภายในชุมชน จนน าไปสู่การ สร้างระบอบความร่วมมือเชิงปรับตัวที่ยืดหยุ่นต่อบริบทที่เปลี่ยนแปลง โดยมีภาวะผู้น าร่วมและกลไก เชื่อมโยงระหว่างภาคีในและนอกชุมชนเป็นปัจจัยส าคัญ งานวิจัยนี้จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างองค์ความรู้ เกี่ยวกับพลวัตและการคงอยู่ของตัวแสดงในระบอบความร่วมมือ พร้อมเสนอให้ขยายกรอบแนวคิด ระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะ การบูรณาการมิติของทุนทางสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับกรอบแนวคิด เพื่อเพิ่มความเข้าใจต่อ พลวัตของระบอบความร่วมมือในสังคมท้องถิ่นอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีคุณูปการส าคัญ ในการเติมเต็มช่องว่างทางองค์ความรู้ในด้านแนวคิดระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกัน ความรู้ ทางรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะในบริบทของสังคมไทยen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยนเรศวรen_US
dc.subjectระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันen_US
dc.subjectการปรับตัวของระบอบความร่วมมือen_US
dc.subjectความเป็นพลวัติของความร่วมมือen_US
dc.titleระบอบการบริหารจัดการแบบร่วมมือกันขององค์กรในต าบลคอรุม อ าเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ : การก่อตัว การปรับตัว ระหว่างปี พ.ศ. 2554 - พ.ศ. 2564en_US
dc.title.alternativeCOLLABORATIVE GOVERNANCE REGIME OF ORGANIZATIONS IN KORUM SUBDISTRICT, PHICHAI DISTRICT, UTTARADIT PROVINCE: FORMATION AND ADAPTATION, 2011-2021en_US
dc.typeThesisen_US
Appears in Collections:คณะสังคมศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
MonchudaSupornjak.pdf3.13 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.