Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7401
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorอลิสา ศรีวิชารัช-
dc.date.accessioned2026-07-10T06:25:23Z-
dc.date.available2026-07-10T06:25:23Z-
dc.date.issued2567-
dc.identifier.urihttp://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7401-
dc.descriptionการศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. สาขาวิชาภาษาไทยen_US
dc.description.abstractการวิจัยการพัฒนาแบบฝึกการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึก เรื่อง การพัฒนาการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความก่อนเรียนและ หลังเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเรื่องการพัฒนาการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเรื่องการพัฒนาการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิค บันได 6 ขั้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียน การสอน โดยมี กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนโรงเรียนบ่อแก้ววิทยา อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 24 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยวิธีการจับสลาก โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยของการสุ่ม (Unit of Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาการอ่าน จับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น ประเมินความเหมะสมตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.87 2) แบบฝึกวัดความสามารถในการอ่านจับใจความก่อนเรียนและหลังเรียนด้วย การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก เรื่องการพัฒนาการอ่านจับใจความสำคัญ ประเมินความเหมะสมตาม ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ระดับมากที่สุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.8 และ 3) แบบประเมินความพึง พอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเรื่องการพัฒนาการอ่านจับใจความสำคัญโดย ใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น ประเมินความเหมะสมตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ระดับมากที่สุด.มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานง ผลการศึกษาพบว่า 1) ประสิทธิภาพของแบบฝึก เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้ เทคนิคบันได 6 ขั้น มีค่าเฉลี่ยเฉลี่ยเท่ากับ 16.12 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.308 ซึ่งสูงกว่า ก่อนเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 19 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซึ่งผลสัมฤทธ์ทางการเรียน เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ หลังเรียนและก่อนเรียนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 2) คะแนนค่าความพึงพอใจต่อการพัฒนาการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.8 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.35 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจ ด้านบรรยากาศ ในชั้นเรียน มากที่สุด (x̅ =4.9, S.D.= 0.325) รองลงมาคือ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ (x̅ =4.8, S.D.= 0.356) สุดท้าย คือด้านการจัดการ เรียนรู้ (x̅ =4.8 , S.D.= 0.377) ตามลำดับen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยนเรศวรen_US
dc.titleการพัฒนาแบบฝึกการอ่านจับใจความ โดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3en_US
dc.title.alternativeTHE DEVELOPMENT OF READING COMPREHENSION SKILL BY USING THE 6 STEP LADDER TECHNIQUE OF MATHAYOMSUKSA 3 STUDENTSen_US
dc.typeThesisen_US
Appears in Collections:คณะศึกษาศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
AlisaSriwicarat.pdf4.99 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.