Please use this identifier to cite or link to this item:
http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6821| Title: | กลุ่มรักษ์เชียงของกับการต่อสู้ช่วงชิงพื้นที่ทางความคิดในการเคลื่อนไหว การอนุรักษ์แม่น้ำโขง |
| Other Titles: | RAK CHIANG KHONG AND THE STRUGGLE FOR WAR OF POSITION IN THE MEKONG RIVER CONSERVATION MOVEMENT |
| Authors: | ชุติมา ปัญญาหลง |
| Issue Date: | 2568 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Abstract: | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพัฒนาการเคลื่อนไหวและวิเคราะห์ ปฏิสัมพันธ์ของตัวแสดงในการเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์แม่น้ำโขงของกลุ่มรักษ์เชียงของระหว่างปี พ.ศ. 2538-2567 2) เพื่อศึกษายุทธวิธีและการช่วงชิงพื้นที่ทางความคิดในการเคลื่อนไหวด้านการ อนุรักษ์แม่น้ำโขงของกลุ่มรักษ์เชียงของระหว่างปี พ.ศ. 2538-2567 โดยใช้แนวคิด อำนาจนำ (Hegemony) ปัญญาชนจัดตั้ง(Organic Intellectual) และ สงครามช่วงชิงพื้นที่ทางความคิด (War of Position) ตามทฤษฎีของอันโตนิโอ กรัมชี่ (Antonio Gramsci) เป็นกรอบวิเคราะห์หลัก งานวิจัย นี้ผู้วิจัยใช้แนวทางในการศึกษาการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการเก็บรวบรวม ข้อมูลจากเอกสาร (Document Data Collection) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และ วิธีการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม (Non-participant Observation) เป็นเครื่องมือหลักในการเก็บ ข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มรักษ์เชียงของไม่เพียงเป็นองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เป็น ขบวนการภาคประชาชนที่มีลักษณะเป็น “ปัญญาชนจัดตั้ง” (Organic Intellectual) การเคลื่อนไหว ของกลุ่มรักษ์เชียงของตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา มิใช่เพียงการคัดค้านโครงการพัฒนา เชิงกายภาพเท่านั้น หากแต่เป็นกระบวนการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ที่ลุ่มลึก โดยเฉพาะในประเด็น “การ ช่วงชิงพื้นที่ทางความคิด” (War of Position) ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการท้าทายและรื้อถอน อำนาจนำของรัฐและทุนอย่างเป็นระบบ ยุทธวิธีและกระบวนการช่วงชิงพื้นที่ทางความคิดของกลุ่มนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเผยแพร่ข้อมูล หากแต่เป็นการ “เสนอสามัญสำนึกใหม่” (New Common Sense) ที่เชื่อมโยงมิติชีวิต วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน โดยยุทธวิธีของกลุ่มรักษ์เชียงของในการข ช่วงชิงพื้นที่ทางความคิดสามารถจำแนกเป็น 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การผลิตองค์ความรู้จากฐาน รากสู่การต่อรองเชิงนโยบาย 2) การสร้างเครือข่ายและพันธมิตรในการเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำ โขง 3) การใช้สื่อเพื่อเป็นพื้นที่การสื่อสารและการต่อรองการอนุรักษ์แม่น้ำโขง 4) การเคลื่อนไหวเชิง สัญลักษณ์และการเผชิญหน้าอย่างสันติของกลุ่มรักษ์เชียงของ 5) การดำรงความอิสระและความชอบ ธรรมของกลุ่มรักษ์เชียงของ กลุ่มรักษ์เชียงของประสบความสำเร็จในการช่วงชิงพื้นที่ทางความคิด เพราะสามารถสร้าง “สามัญสำนึกใหม่” ที่ท้าทายอำนาจนำของรัฐและทุนได้อย่างมีชั้นเชิง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงชุด ความรู้ท้องถิ่นกับการต่อรองเชิงนโยบายผ่านเครื่องมือทางวัฒนธรรม สื่อ และเครือข่ายนานาชาติ โดย การเปลี่ยนสนามการต่อสู้จาก “พื้นที่ทางกายภาพ” สู่ “พื้นที่ทางความคิด” อย่างลึกซึ้ง บนพื้นฐาน ทุนทางปัญญา ทุนทางวัฒนธรรม และทุนทางสังคม ข้อค้นพบสำคัญของงานวิจัยนี้คือ ความสามารถของกลุ่มรักษ์เชียงของในการท้าทาย ความชอบธรรมของรัฐและทุนข้ามชาติด้วยการเสนอชุดความหมายใหม่เกี่ยวกับแม่น้ำโขงว่าไม่ใช่เพียง “ทรัพยากรเศรษฐกิจ” หากแต่เป็น “พื้นที่แห่งวิถีชีวิต” ที่หล่อเลี้ยงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และจิต วิญญาณของชุมชนชายแดน การช่วงชิงพื้นที่ทางความคิดของกลุ่มจึงเป็นกระบวนการต่อสู้ทาง อุดมการณ์ที่ผสานทั้งความรู้ วัฒนธรรม และการเมืองจากระดับท้องถิ่นสู่เวทีภูมิภาค |
| Description: | วิทยานิพนธ์ ปร.ด. รัฐศาสตร์ |
| URI: | http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6821 |
| Appears in Collections: | คณะสังคมศาสตร์ |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| ChutimaPanyalong.pdf | 2.89 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.
