Please use this identifier to cite or link to this item:
http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7504Full metadata record
| DC Field | Value | Language |
|---|---|---|
| dc.contributor.author | บุษย์ชานันท์ มณเฑียร | - |
| dc.date.accessioned | 2026-09-23T08:44:22Z | - |
| dc.date.available | 2026-09-23T08:44:22Z | - |
| dc.date.issued | 2569 | - |
| dc.identifier.uri | http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7504 | - |
| dc.description | วิทยานิพนธ์ กศ.ด. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน | en_US |
| dc.description.abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริม ทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบพึ่งพาตนเอง 2) สร้างและ ตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามจังหวะการเรียนรู้ของผู้เรียน ผ่านการเขียนแบบเน้น กระบวนการ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยการเปรียบเทียบทักษะการเขียน ภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ก่อนและหลังเรียน เปรียบเทียบการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบพึ่งพาตนเอง หลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 และศึกษาผลการเรียนรู้ระหว่างการเรียน และ 4) ศึกษาความคิดเห็น ของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการวิจัยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา ( Research and Development) กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนห้วยม้าวิทยาคม ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 13 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์แนวทางการจัดการเรียนรู้ 2) รูปแบบการจัดการ เรียนรู้ 3) แบบประเมินคุณภาพรูปแบบ 4) แบบประเมินทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ 5) แบบบันทึกการเรียนรู้ของนักเรียน 6) แบบบันทึกภาคสนาม และ 7) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ การทดสอบ สมมติฐานโดยใช้สถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test, One-Sample Wilcoxon Signed-Rank Test และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)ง ผลการวิจัยพบว่า 1. จากการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและนักเรียน พบว่าแนวทางที่ เหมาะสมประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ (1) แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามจังหวะของ ผู้เรียน (2) แนวทางการจัดการเรียนรู้การเขียนแบบเน้นกระบวนการ (3) การส่งเสริมทักษะการเขียน ภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ (4) การส่งเสริมการเรียนรู้แบบพึ่งพาตนเอง และ (5) ความต้องการและ ความสนใจของผู้เรียน โดยผลการศึกษา พบว่า การจัดการเรียนรู้ควรมุ่งเน้นการออกแบบกิจกรรมที่มี โครงสร้างยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนกำหนดจังหวะและเส้นทางการเรียนรู้ของตนเองผ่านรูปแบบ การเรียนรู้แบบผสมผสานและการเรียนรู้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งจัดกระบวนการเขียนอย่างเป็นลำดับขั้น ที่ชัดเจน แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทและวัตถุประสงค์ของงานเขียน การจัดกิจกรรมควร เชื่อมโยงกับความสนใจและประสบการณ์ใกล้ตัวของผู้เรียน ใช้แหล่งเรียนรู้จริงและดิจิทัล อย่างเหมาะสม ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ การให้และรับข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้ การประเมินเพื่อพัฒนา โดยผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก ออกแบบสภาพแวดล้อม การเรียนรู้ ชี้แนะ และกำกับติดตามการเรียนรู้อย่างใกล้ชิด 2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) ความ เป็นมาและความสำคัญ 2) องค์ประกอบของรูปแบบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียน การสอน การวัดและประเมินผล 3) การนำรูปแบบไปใช้ และ 4) ผลที่เกิดกับผู้เรียน โดยมีกระบวนการ เรียนการสอนตามแนวคิดการเขียนแบบเน้นกระบวนการ 7 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นสรรหาความคิด (Getting Ideas) 2) ขั้นการวางแผน (Planning) 3) ขั้นการค้นคว้า (Researching) 4) ขั้นการจัด ระเบียบความคิด (Organizing) 5) ขั้นการเขียนร่าง (Drafting) 6) ขั้นการตรวจทาน (Editing) และ 7) ขั้นการจัดพิมพ์ (Publishing) ผลการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ารูปแบบมี ความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (𝑥̅= 4.31) และเอกสารประกอบการใช้รูปแบบมีความเหมาะสมอยู่ใน ระดับมากที่สุด (𝑥̅= 4.51) ผลการทดลองนำร่องพบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้สามารถนำไปใช้ได้ จริงทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ สามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเชิง สร้างสรรค์สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ขณะที่การเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบพึ่งพาตนเองมีคะแนนเฉลี่ยร้อย ละ 67.00 ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ จึงควรพัฒนากิจกรรมและเครื่องมือส่งเสริมการกำกับตนเองเพิ่มเติม 3. ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้พบว่า (3.1) นักเรียนมีทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ เชิงสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (3.2) นักเรียนมีการ เรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบพึ่งพาตนเองหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 (3.3) ผลการเรียนรู้ระหว่างการเรียนพบว่า นักเรียนมีพัฒนาการทักษะการเขียนจ ภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ทั้งในด้านเนื้อหา การจัดระเบียบข้อมูลและความคิด และการใช้ภาษา และมีพัฒนาการการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบพึ่งพาตนเองครบทุกด้าน 4. นักเรียนมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ ทั้งในด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการและ ด้านผลผลิต ในเชิงบวกโดยเห็นว่ากิจกรรมช่วยให้เข้าใจการเขียนอย่างเป็น ระบบ ลดความกดดัน และส่งเสริมความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงช่วยให้สามารถวางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น | en_US |
| dc.language.iso | tha | en_US |
| dc.publisher | มหาวิทยาลัยนเรศวร | en_US |
| dc.subject | รูปแบบการจัดการเรียนรู้ | en_US |
| dc.subject | การเรียนรู้ตามจังหวะการเรียนรู้ของผู้เรียน | en_US |
| dc.subject | การเขียนแบบเน้นกระบวนการ | en_US |
| dc.subject | การเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ | en_US |
| dc.subject | การเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบพึ่งพาตนเอง | en_US |
| dc.title | การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามจังหวะการเรียนรู้ของผู้เรียน ผ่านการเขียน แบบเน้นกระบวนการ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์และ การเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบพึ่งพาตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย | en_US |
| dc.title.alternative | THE DEVELOPMENT OF INSTRUCTIONAL MODEL BASED ON SELF PACED LEARNING THROUGH PROCESS WRITING TO ENHANCE ENGLISH CREATIVE WRITING SKILL AND LEARNER AUTONOMY IN ENGLISH FOR UPPER SECONDARY SCHOOL STUDENTS | en_US |
| dc.type | Thesis | en_US |
| Appears in Collections: | คณะศึกษาศาสตร์ | |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| ButchananMonthian.pdf | 6.4 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.
