Please use this identifier to cite or link to this item:
http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7497Full metadata record
| DC Field | Value | Language |
|---|---|---|
| dc.contributor.author | กุลวุฒิ แสนศักดิ์ | - |
| dc.date.accessioned | 2026-09-23T08:35:17Z | - |
| dc.date.available | 2026-09-23T08:35:17Z | - |
| dc.date.issued | 2568 | - |
| dc.identifier.uri | http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7497 | - |
| dc.description | วิทยานิพนธ์ กศ.ด. พลศึกษาและวิทยาศาสตร์การออกกำลังกาย | en_US |
| dc.description.abstract | การวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับสถานการณ์จำลองเพื่อการเพิ่มความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษา สาขาวิชา พลศึกษา ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาปัญหา พฤติกรรม และแนวทางการพัฒนารูปแบบ การจัดกิจกรรม 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อการ เปลี่ยนแปลงร่วมกับสถานการณ์จำลองเพื่อการเพิ่มความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ 3) เพื่อ ทดลองใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงร่วมกับสถานการณ์จำลอง เพื่อการเพิ่มความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการจัดกิจกรรมตามทฤษฎี การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงร่วมกับสถานการณ์จำลองเพื่อการเพิ่มความสามารถในการใช้ ภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่างคือ อาจารย์ที่สอนวิชาพลศึกษาจำนวน 55 คน นักศึกษาสาขาวิชาพล ศึกษา จำนวนผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 2284 คน และนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา เป็นกลุ่มการทดลองใช้ หลักสูตรจริงมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษจำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ รูปแบบ การจัดกิจกรรมฯ เพื่อการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรม คู่มือเอกสารประกอบการใช้รูปแบบการจัด กิจกรรมฯ แบบวัดการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรม ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดความรู้ แบบวัด ความสามารถ แบบวัดเจตคติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ การหาค่าร้อยละง หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต หาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที ค่าดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น (Modified Priority Needs Index) และข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์: นักศึกษามีทักษะภาษาอังกฤษในระดับปาน กลาง โดยมีจุดแข็งที่ทักษะการอ่าน ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์ควรเน้นทักษะการเขียนและการฟัง ส่วนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเห็นว่าสภาพปัจจุบันอยู่ในระดับดี และควรพัฒนาให้เด่นที่ทักษะการ พูดและการอ่านเป็นสำคัญ ความต้องการจำเป็น (PNI): ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ต่างเห็นตรงกันว่า ความจำเป็นสูงสุดคือ ทักษะการพูด รองลงมาคือ ทักษะการฟัง การอ่าน และการเขียนตามลำดับ 2. รูปแบบการจัดกิจกรรมที่พัฒนา: มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ (1) การ เปลี่ยนแปลงร่วมกัน ผ่านการสะท้อนคิดและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (2) การใช้สถานการณ์จำลอง เพื่อ ฝึกภาษาอังกฤษในบริบทใกล้เคียงจริง (3) การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน โดยเชื่อมโยงกับการสอนพลศึกษา และ (4) การประเมินผลอย่างต่อเนื่องด้วยการสังเกต แบบทดสอบ และการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) กระบวนการฝึกอบรม: ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก รวมเวลา 36 ชั่วโมง ได้แก่ การใช้ภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ การใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารในห้องเรียน การบูรณาการภาษาอังกฤษกับสถานการณ์จำลอง การเชื่อมโยงกับทฤษฎี การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง การสอดคล้องกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และการ ประเมินผล โดยใช้สื่อสนับสนุนทั้งสื่อดิจิทัล แผนการสอน อุปกรณ์กีฬา และบทบาทสมมติ 3. ผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมตามทฤษฎีการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุดในทุก องค์ประกอบ โดยผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องว่ารูปแบบมีความเหมาะสมและคุณภาพสูง แผนการสอนมี ประสิทธิภาพ 81.22/82.83 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (80/80) นักศึกษามีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกทักษะ โดยเฉพาะทักษะการพูดที่พัฒนามากที่สุด (82.03%) นอกจากนี้ยังส่งผลเชิงบวกต่อเจตคติของนักศึกษาในการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งต่อการเรียนรู้ ผ่านสถานการณ์จำลอง และการนำไปประยุกต์ใช้จริง 4. ผลการประเมินรูปแบบการจัดกิจกรรมตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับสถานการณ์จำลอง พบว่า ความเป็นประโยชน์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเมื่อพิจารณา เป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ วัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดกิจกรรม รองลงมาคือ หลักการของรูปแบบ ส่วนที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ การจัดกิจกรรมและระยะเวลา ขณะที่ ความเป็นไปได้ โดยรวมก็อยู่ในระดับมากที่สุดเช่นกัน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ หลักการของรูปแบบ รองลงมาคือจ เนื้อหาสาระ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ วัตถุประสงค์ของรูปแบบสำหรับผลการประเมิน คู่มือและ แผนกิจกรรม พบว่า ความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยแผนการจัดกิจกรรมที่ได้คะแนน สูงสุดคือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 รองลงมาคือ หน่วยที่ 12 ส่วนที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ หน่วยที่ 3 ขณะที่ ความเป็นประโยชน์โดยรวมของคู่มือและแผนกิจกรรมก็อยู่ในระดับมากที่สุด เช่นกัน โดยแผนการจัด กิจกรรมที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 14 รองลงมาคือ หน่วยที่ 10 และหน่วยที่ 18 ตามลำดับ | en_US |
| dc.language.iso | tha | en_US |
| dc.publisher | มหาวิทยาลัยนเรศวร | en_US |
| dc.subject | การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรม | en_US |
| dc.subject | ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง | en_US |
| dc.subject | สถานการณ์จำลอง | en_US |
| dc.subject | ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ | en_US |
| dc.subject | นักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา | en_US |
| dc.title | การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับสถานการณ์จำลองเพื่อการเพิ่มความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับนักศึกษา สาขาวิชาพลศึกษา | en_US |
| dc.title.alternative | DEVELOPING A MODEL OF TRANSFORMATIVE BASED ON LEARNING THEORY FOR CHANGE IN COMBINATION WITH SIMULATIONS TO ENHANCE ENGLISH LANGUAGE BEHAVIOR FOR STUDENTS PRACTICING PROFESSIONAL EXPERIENCE | en_US |
| dc.type | Thesis | en_US |
| Appears in Collections: | คณะศึกษาศาสตร์ | |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| KoonlawutSansak.pdf | 2.86 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.
