Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7487
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorภัทรธียศ รอดเหล็ง-
dc.date.accessioned2026-09-09T03:27:36Z-
dc.date.available2026-09-09T03:27:36Z-
dc.date.issued2569-
dc.identifier.urihttp://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7487-
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ กศ.ม. สาขาวิชาการบริหารการศึกษาen_US
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. พัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลเชิง สาเหตุของความสุขในการทํางานของครู และ 2. ศึกษาแนวทางการส่งเสริมความสุขในการทํางานของ ครู สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสาน (Mixed Methods) โดยดําเนินการวิจัยเชิงปริมาณควบคู่กับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วยครู สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ ซึ่งได้มาโดยการ สุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จํานวน 78 ข้อ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.80 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ ในระดับสูง (0.991) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้โปรแกรมสําเร็จรูปสําหรับการวิเคราะห์โมเดล สมการโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า โมเดลเชิงสาเหตุของความสุขในการทํางานของครูที่พัฒนาขึ้นมีความ สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับดีมาก โดยพิจารณาจากค่า p-value ที่มีค่ามากกว่า .05 (p-value = .152) ค่าดัชนีความสอดคล้อง CFI และ TLI เข้าใกล้ 1 (CFI = 0.998, TLI = 0.997) และ ค่าดัชนี RMSEA และ SRMR เข้าใกล้ 0 (RMSEA = 0.020, SRMR = 0.015) รวมทั้งค่าไคสแควร์ สัมพัทธ์ (χ²/df = 1.135) อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แสดงว่าโมเดลมีความเหมาะสมและสามารถ อธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างตัวแปรได้อย่างสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ เมื่อพิจารณาค่านํ้าหนักองค์ประกอบของโมเดลการวัด พบว่า ตัวแปรผู้นําเชิงเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมโรงเรียน และความสุขในการทํางานของครู มีค่านํ้าหนักองค์ประกอบอยู่ในระดับสูง ทุกตัวชี้วัด และมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าความเที่ยง (R²) อยู่ในระดับที่สามารถอธิบายข ความแปรปรวนของตัวแปรแฝงได้อย่างเหมาะสม แสดงถึงความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลที่ พัฒนาขึ้น ผลการวิเคราะห์อิทธิพลเชิงสาเหตุ พบว่า ผู้นําเชิงเปลี่ยนแปลงมีอิทธิพลทางตรงต่อวัฒนธรรม โรงเรียนในระดับสูง (DE = 0.830) และมีอิทธิพลทางตรงต่อความสุขในการทํางานของครู (DE = 0.470) นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลทางอ้อมต่อความสุขในการทํางานของครูผ่านวัฒนธรรมโรงเรียน (IE = 0.357) ส่งผลให้อิทธิพลรวม (TE) เท่ากับ 0.827 ในขณะที่วัฒนธรรมโรงเรียนมีอิทธิพลทางตรง ต่อความสุขในการทํางานของครู (DE = 0.430) อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมโรงเรียนทําหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่านที่สําคัญในโมเดลเชิงสาเหตุนี้ จากผลการวิจัยสามารถสังเคราะห์แนวทางการส่งเสริมความสุขในการทํางานของครูได้ 3 ด้าน ได้แก่ 1. การส่งเสริมภาวะผู้นําเชิงเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา 2. การส่งเสริม วัฒนธรรมโรงเรียนที่เอื้อต่อการทํางาน และ 3. การพัฒนาความสุขในการทํางานของครูในมิติต่าง ๆ โดยแนวทางดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบโมเดลเชิงสาเหตุที่มีวัฒนธรรมโรงเรียนเป็นตัวแปรส่งผ่านen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยนเรศวรen_US
dc.subjectผู้นําเชิงเปลี่ยนแปลงen_US
dc.subjectความสุขในการทํางานของครูen_US
dc.subjectสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลกอุตรดิตถ์en_US
dc.titleการพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุและแนวทางการเสริมสร้างความสุขในการทํางานของครู สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์en_US
dc.title.alternativeDevelopment of a Causal Model and Guidelines for Enhancing Teachers’ Happiness at Work under the Secondary Educational Service Area Office Phitsanulok-Uttaraditen_US
dc.typeThesisen_US
Appears in Collections:คณะศึกษาศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
BhaddaradhiyosRodlang.pdf1.4 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.