Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7486
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorวัลวรางค์ โพธิสาวัง-
dc.date.accessioned2026-09-09T03:26:23Z-
dc.date.available2026-09-09T03:26:23Z-
dc.date.issued2569-
dc.identifier.urihttp://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7486-
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ วท.ม. สาขาวิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมen_US
dc.description.abstractงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสํารวจและการวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยออกแบบการวิจัยแบบ ผสมผสานกึ่งทดลอง (Mixed-Methods Quasi-Experimental Design) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา พัฒนา และประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้ต่อพฤติกรรมการคัดแยกขยะมูล ฝอยของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตเทศบาลตําบลบางระกําเมืองใหม่ จังหวัด พิษณุโลก การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ (1) การศึกษาข้อมูลพื้นฐานโดยการสัมภาษณ์และการ สังเกต (2) การพัฒนาและดําเนินกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้ ซึ่งประกอบด้วย การอบรมเชิง ปฏิบัติการ การใช้สื่อสิ่งพิมพ์ การเรียนรู้ผ่านสื่อวีดิทัศน์ และการเล่นเกมเกี่ยวกับการคัดแยกขยะมูล ฝอย รวมทั้งมีกลุ่มควบคุม และ (3) การประเมินประสิทธิผลโดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบวัดก่อนและ หลังมีกลุ่มควบคุม (Pretest-Posttest Design with Control Group) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิง พรรณนาและสถิติอนุมาน ผลการวิจัยพบว่า คะแนนความตระหนักรู้เพิ่มขึ้นจาก 10.27 ± 4.03 เป็น 12.74 ± 3.77 และพฤติกรรมการคัดแยกขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นจาก 11.82 ± 3.80 เป็น 13.64 ± 3.59 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < 0.001) แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้สามารถส่งผล ต่อการพัฒนาพฤติกรรมการคัดแยกขยะมูลฝอยของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ไม่พบความ แตกต่างของผลลัพธ์ระหว่างรูปแบบกิจกรรมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p = 0.390) สะท้อนให้เห็นว่า สถานศึกษาสามารถเลือกใช้รูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทและทรัพยากรที่มีอยู่ได้ นอกจากนี้ ยังพบความสัมพันธ์เชิงบวกระดับต่ําระหว่างความตระหนักรู้และพฤติกรรมการคัดแยกขยะมูลฝอย (r = 0.21, p < 0.001) สะท้อนให้เห็นว่าความตระหนักรู้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สําคัญต่อการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการกําหนดพฤติกรรมของบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior : TPB) ที่ให้ความสําคัญง กับอิทธิพลของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและบรรทัดฐานทางสังคมภายในโรงเรียนร่วมด้วย โดยเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างโรงเรียน พบว่า โรงเรียนวัดแหลมเจดีย์ ซึ่งร่วมโครงการ Zero Waste School มีคะแนนความตระหนักรู้ (13.94 ± 3.60) และพฤติกรรมการคัดแยกขยะมูลฝอย (15.24 ± 2.85) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่น สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของบริบทสถานศึกษา การดําเนิน กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และการสนับสนุนเชิงสถาบันที่เอื้อต่อการพัฒนาพฤติกรรมของ นักเรียน นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่าปริมาณขยะมูลฝอยรีไซเคิลเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณขยะ มูลฝอยอันตรายลดลง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและแผนปฏิบัติการด้านการจัดการ ขยะมูลฝอยของประเทศ งานวิจัยนี้สามารถใช้เป็นต้นแบบเชิงปฏิบัติสําหรับสถานศึกษาและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมการจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่ต่อไปen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยนเรศวรen_US
dc.subjectขยะมูลฝอยชุมชนen_US
dc.subjectการคัดแยกขยะมูลฝอยที่แหล่งกําเนิดen_US
dc.subjectพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยen_US
dc.subjectความตระหนักรู้ด้านนสิ่งแวดล้อมen_US
dc.subjectการวิจัยกึ่งทดลองen_US
dc.titleผลของการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้ต่อพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลง การคัดแยกขยะมูลฝอยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในเขตเทศบาลตําบลบางระกําเมืองใหม่ จังหวัดพิษณุโลกen_US
dc.title.alternativeEFFECTS OF THE DEVELOPMENT OF ACTIVITIES TO PROMOTE AWARENESS ON BEHAVIOR CHANGE OF WASTE SEGREGATION FOR JUNIOR HIGH SCHOOL STUDENTS IN BANG RAKAM MUEANG MAI SUBDISTRICT MUNICIPALITY, PHITSANULOK PROVINCEen_US
dc.typeThesisen_US
Appears in Collections:คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
WanwarangPhothisawang.pdf6.83 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.