Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7424
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorเมธี อนันต์-
dc.date.accessioned2026-07-10T07:53:54Z-
dc.date.available2026-07-10T07:53:54Z-
dc.date.issued2568-
dc.identifier.urihttp://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7424-
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ กศ.ด. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนen_US
dc.description.abstractการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาหลักสูตรวรรณคดีเอกเพื่อเสริมสร้างความสามารถ ในการวิจักษ์และวิจารณ์สำหรับนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยวิธีการวิจัยและ พัฒนา 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาปัญหา ความต้องการและแนวการจัดการเรียนการสอน วรรณคดีและแนวทางการเสริมสร้างความสามารถในการวิจักษ์และวิจารณ์จากการสอบถามนักศึกษา 80 คน สัมภาษณ์ผู้สอนรายวิชาวรรณคดี 3 คน และ และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 2 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างหลักสูตร โดยการยกร่างสร้างหลักสูตร การตรวจสอบความเหมาะสมของหลักสูตร การทดลองนำร่อง และการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตร ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้หลักสูตรที่พัฒนาขึ้น โดยไปใช้นักศึกษาคณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน และดำเนินการทดลองโดยใช้แบบแผนการทดลองแบบการทดลองกลุ่มเดียวและวัดผลหลัง การทดลอง (One Group Posttest Only Design) และขั้นตอนที่ 4 การประเมินความคิดเห็นของ นักศึกษาปริญญาบัณฑิตสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมตามหลักสูตร เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบวัดความสามารถ และแบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูล โดยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัจจุบันและแนวการจัดการเรียนการสอนวรรณคดีเพื่อเสริมสร้างความสามารถใน การวิจักษ์และวิจารณ์ พบว่า การจัดการเรียนการสอนวรรณคดีในปัจจุบันยังคงให้ความสำคัญกับการ นำเสนอข้อมูลพื้นฐาน เช่น ประวัติและเรื่องย่อของวรรณคดีเป็นหลัก ขณะที่เนื้อหาวรรณคดีบางส่วน มีลักษณะทางภาษาและบริบทที่แตกต่างจากยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งอาจทำให้ผู้เรียนเข้าถึงความหมายได้ง ไม่ลุ่มลึกเท่าที่ควร นอกจากนี้ ครูผู้สอนบางท่านอาจมีโอกาสในการอ่านและศึกษาวรรณกรรมเชิงลึก อย่างจำกัด ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ยังไม่สามารถส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการซาบซึ้งในคุณค่า วรรณคดีได้อย่างเต็มศักยภาพ อีกทั้งกระบวนการเรียนการสอนในบางกรณีอาจยังไม่เอื้อต่อการ เชื่อมโยงวรรณคดีกับประเด็นร่วมสมัย และยังคงเน้นเนื้อหาเป็นสำคัญมากกว่าการพัฒนาทักษะที่ จำเป็นของผู้เรียน เช่น การคิดวิเคราะห์ การซาบซึ้ง และการตระหนักถึงคุณค่าทางจริยธรรมใน วรรณคดี จากลักษณะดังกล่าว ส่งผลให้ความสามารถในการวิจักษ์และวิจารณ์วรรณคดีของผู้เรียนยัง พัฒนาได้ไม่เต็มที่ กล่าวคือ ผู้เรียนมีแนวโน้มที่จะเข้าใจวรรณคดีในระดับเนื้อหาเป็นสำคัญ ขณะที่การ วิเคราะห์องค์ประกอบทางวรรณศิลป์ การตีความความหมายเชิงลึก ตลอดจนการแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผลทั้งในเชิงชื่นชมและเชิงวิพากษ์วิจารณ์ ยังต้องการการส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้ เกิดความลุ่มลึกยิ่งขึ้น ดังนั้นแนวทางการเสริมสร้างการวิจักษ์และวิจารณ์วรรณคดี ควรจัดการเรียน การสอนให้ผู้เรียนมีความสามารถในการวิจารณ์วรรณคดีผ่านประสบการณ์ ให้ผู้เรียนแสดงความ คิดเห็นเชิงชื่นชม เชิงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุผล โดยมีกรอบพิจารณาคุณลักษณะของวรรณคดีที่ ชัดเจน และใช้ฐานคิดช่วยให้เข้าใจรากวัฒนธรรมของวรรณคดี และต่อยอดสู่การตีความที่ลึกซึ้งและ สร้างสรรค์ และใช้การประเมินแบบพัฒนาการผ่านการเขียนสะท้อนคิด วิเคราะห์เชิงลึก และผลงาน สร้างสรรค์ ไม่เน้นการจำ 2. หลักสูตรวรรณคดีเอกเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการวิจักษ์และวิจารณ์สำหรับ นักศึกษาปริญญาบัณฑิตสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีองค์ประกอบ 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) จุดมุ่งหมาย 3) คำอธิบายรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ 4) โครงสร้างหลักสูตร 5) แนวทางการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ 6) สื่อการเรียนรู้ 7) การวัดและประเมินผล โดยมีแนวทางการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ 6 แนวทาง ได้แก่ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การวิจารณ์วรรณคดี การศึกษารสวรรณคดี การจัดการเรียนรู้โดยใช้ผังกราฟิกของจอยส์ และการไตร่ตรอง ซึ่งมีความ เหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการศึกษานำร่องพบว่า มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาเพื่อสร้างแรงจูงใจ ในการเรียนรู้ การวิจักษ์และวิจารณ์วรรณคดีในเชิงอารมณ์และสุนทรียภาพได้ดียิ่งขึ้น และค่าความ สอดคล้องระหว่างผู้ประเมิน (Rater agreement indexes) ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นระหว่างผู้ประเมิน (Rater agreement indexes) เท่ากับ 0.898 3. ผลการทดลองใช้หลักสูตร พบว่า หลังการจัดกิจกรรมการใช้หลักสูตรวรรณคดีเอก นักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีความสามารถในการวิจักษ์และวิจารณ์วรรณคดีสูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาข้อมูลเชิงคุณภาพจากแบบวัด ความสามารถในการวิจักษ์และวิจารณ์ของนักศึกษา สะท้อนให้เห็นว่า นักศึกษามีความสามารถในการ วิจักษ์วรรณคดี โดยสามารถเชื่อมโยงถ้อยคำกับอารมณ์ความรู้สึก เข้าใจสภาวะและความขัดแย้งของจ ตัวละคร รวมถึงตีความเจตนาของผู้แต่งและเข้าถึงรสวรรณคดีได้อย่างมีเหตุผลขณะเดียวกัน นักศึกษา ยังมีความสามารถในการวิจารณ์วรรณคดี โดยสามารถแสดงความคิดเห็นเชิงลึก วิเคราะห์บริบททาง สังคมและค่านิยม สังเคราะห์ข้อคิดที่เชื่อมโยงกับสังคมร่วมสมัย และสะท้อนการคิดเชิงวิพากษ์พร้อม การประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงอย่างมีวิจารณญาณ 4. นักศึกษามีความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรวรรณคดีเอกเพื่อเสริมสร้าง ความสามารถในการวิจักษ์และวิจารณ์ โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงตามลำดับ ค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านสื่อการจัดกิจกรรม และด้านบรรยากาศในการจัดกิจกรรม ด้านเนื้อหาสาระ ด้านกิจกรรม ด้านการวัดและประเมินผล ตามลำดับ ผลการสะท้อนคิดของนักศึกษา ชี้ให้เห็นว่า หลักสูตรวรรณคดีเอกสามารถพัฒนาความสามารถในการวิจักษ์และวิจารณ์ได้อย่างชัดเจน นักศึกษาสามารถเข้าถึงคุณค่าและความงามของวรรณคดี ซาบซึ้งในอารมณ์ เข้าใจความสัมพันธ์ของ เนื้อหา ภาษา และบริบท รวมทั้งมีทักษะการวิเคราะห์ ตีความ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริง อีกทั้งยัง สามารถประยุกต์ใช้ผ่านงานสร้างสรรค์ เกิดเจตคติที่ดีและมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น ดังคำสะท้อน ว่า “วรรณคดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่จับต้องได้” และ “กิจกรรมทำให้หนูมองวรรณคดีเปลี่ยนไป เข้าใจง่ายและสนุกมากขึ้น” ซึ่งสะท้อนถึงการเรียนรู้อย่างมีความหมายและยั่งยืนen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยนเรศวรen_US
dc.titleการพัฒนาหลักสูตรวรรณคดีเอกเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการวิจักษ์ และวิจารณ์ สำหรับนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์en_US
dc.title.alternativeA DEVELOPMENT OF A MASTERPIECE LITERATURE CURRICULUM TO ENHANCE LITERATURE APPRECIATION AND CRITICISM ABILITY FOR UNDERGRADUATE STUDENTS AT BUNDITPATANASILPA INSTITUTE OF FINE ARTen_US
dc.typeThesisen_US
Appears in Collections:คณะศึกษาศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
MatheeAnan.pdf7.74 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.