Please use this identifier to cite or link to this item:
http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7404| Title: | การพัฒนาแบบวัดทักษะชีวิตและงานอาชีพ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น |
| Other Titles: | Development of a Life and Career Skills Assessment for Lower Secondary School Students |
| Authors: | วัชรีย์ บัวเพ็ง |
| Issue Date: | 2567 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Abstract: | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างและตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดทักษะชีวิตและ งานอาชีพสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ (2) สร้างเกณฑ์ปกติของแบบวัด กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1,400 คน จาก 13 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร ปีการศึกษา 2567 โดยใช้การสุ่ม แบบแบ่งชั้น (Stratified Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบวัดเชิงสถานการณ์ ซึ่งได้รับการ พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพในด้านความตรง ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่น ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบวัดทักษะชีวิตและงานอาชีพที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจำนวน 40 ข้อ 5 องค์ประกอบ (องค์ประกอบละ 8 ข้อ) ได้แก่ 1) ด้านทักษะความยืดหยุ่นและความสามารในการปรับตัว (Flexibility and Adaptability) 2) ด้านการริเริ่มสร้างสรรค์และกำกับดูแลตนองได้ (Initiative and Self-Direction) 3) ด้านทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม (Social and Cross– Cultural) 4) ด้านการเป็นผู้สร้างผลงานหรือผลผลิตและความรับผิดชอบเชื่อถือได้ (Productivity and Accountability) ด้านภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ ลักษณะของแบบวัดเป็นแบบเชิง สถานการณ์ ให้เลือกตอบ มี 4 ตัวเลือก โดยแต่ละตัวเลือกมีระดับคะแนน 1 ถึง 4 คะแนน 2) คุณภาพของแบบวัดทักษะชีวิตและงานอาชีพ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) มีค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.60 – 1.00 มีค่า อำนาจจำแนกอยู่ในช่วง 0.296 ถึง 0.839 แบบวัดทั้งฉบับมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.940 ผลการตรวจสอบพบว่าแบบวัดทักษะชีวิตและงานอาชีพสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ จำนวน 40 ข้อคำถาม องค์ประกอบละ 8 ข้อคำถาม มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบเรียงจากมากไปหาน้อย คือ ด้านทักษะความยืดหยุ่นและความสามารถใน การปรับตัว ด้านภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ ด้านการริเริ่มสร้างสรรค์และกำกับดูแลตนองได้ ด้านการเป็นผู้สร้างผลงานหรือผลผลิตและความรับผิดชอบเชื่อถือได้ และด้านทักษะสังคมและสังคม ข้ามวัฒนธรรม น้ำหนักองค์ประกอบ เท่ากับ 0.853, 0.686, 0.637, 0.473 และ 0.344 ตามลำดับ มีดัชนีวัดระดับความกลมกลืนระหว่างโมเดลกับข้อมูลเชิงประจักษ์ได้ค่าไค-สแควร์ (2)ง เท่ากับ 1428.496 ค่าไค-สแควร์สัมพันธ์ (2 / df) เท่ากับ 2.000 ค่าความน่าจะเป็น (P-value) เท่ากับ 0.0503 ค่าดัชนีรากของกำลังที่สองเฉลี่ยเศษของการประมาณค่าความคลาดเคลื่อน (RMSEA) เท่ากับ 0.041 ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (CFI) เท่ากับ 0.975 ค่าดัชนี ความสอดคล้องเปรียบเทียบของ Tucker และ Lewis (TLI) เท่ากับ 0.973 และค่าดัชนีรากของ ค่าเฉลี่ยกำลังสองของส่วนที่เหลือมาตรฐาน (SRMR) เท่ากับ 0.073 แสดงว่าโมเดล มีความ สอดคล้องกลมกลืนดีกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) ผลการสร้างเกณฑ์ปกติและการแปลความหมายคะแนน การสร้างเกณฑ์ปกติของ แบบวัดใช้การคำนวณตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์จากคะแนนดิบและแปลงเป็นค่าคะแนนทีปกติ (T-score) ด้วยสมการ Tc = 0.47X – 6.30 โดยค่าคะแนน T ที่ได้อยู่ระหว่าง T28 ถึง T66 ผลการจัดระดับ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง (ร้อยละ 44) รองลงมาอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ (ร้อยละ 28) และระดับปานกลาง (ร้อยละ 14) ตามลำดับ |
| Description: | การค้นคว้าอิสระ กศ.ม. วิจัยและประเมินผลทางการศึกษา |
| URI: | http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7404 |
| Appears in Collections: | คณะศึกษาศาสตร์ |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| WatchareeBuapeng.pdf | 3.47 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.
