Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7396
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorนุชณภางค์ ฟูสามป๊อก-
dc.date.accessioned2026-07-06T04:22:06Z-
dc.date.available2026-07-06T04:22:06Z-
dc.date.issued2567-
dc.identifier.urihttp://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7396-
dc.descriptionการค้นคว้าอิสระ กศ.ม. สังคมศึกษา,en_US
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน และปัญหาของการจัดการเรียนรู้ เรื่องสิทธิและเสรีภาพ และ 2) เพื่อ พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่องสิทธิและเสรีภาพ เพื่อพัฒนาทักษะ การเผชิญปัญหาการถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ ของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน กลุ่มบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 3 โรงเรียน พื้นที่วิจัย คือ โรงเรียน ประชาสรรค์วิทยา โดยมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย กลุ่มนักเรียน จำนวน 27 คน และกลุ่มครูผู้สอน วิชาสังคมศึกษา จำนวน 2 คน รวม 29 คน ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลแบบสามเส้า และวิเคราะห์ข้อมูลแบบ บรรยายเชิงพรรณนา ซึ่งผลการวิจัย พบว่า 1. สภาพปัจจุบัน และปัญหาของการจัดการเรียนรู้ เรื่องสิทธิและเสรีภาพ ของนักเรียนใน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกลุ่มบ้านไร่ มีดังนี้ หลักสูตรการสอนมีเนื้อหามากเกินไป จึงควร ปรับให้เหมาะกับบริบทปัจจุบันและการใช้งานในชีวิตจริง โดยครูยังคงการสอนแบบบรรยายและเน้น ทฤษฎี โรงเรียนขนาดเล็กยังประสบปัญหาครูไม่เพียงพอ และสอนไม่ตรงกับวิชาเอกที่เรียนมา ทำให้ คุณภาพการสอนอาจลดลง ในขณะที่การวัดผลมีความหลากหลาย เช่น การประเมินตามสภาพจริง การทดสอบก่อน-หลังเรียน การนำเสนอ และคะแนนจากชิ้นงาน 2. ผลการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่องสิทธิ และเสรีภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการเผชิญปัญหาการถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกลุ่มบ้านไร่ ออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านความรู้ พบว่านักเรียนสามารถอธิบายประเด็นเรื่อง สิทธิได้อย่างถูกต้องและชัดเจน สามารถตอบคำถามและวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างง ถูกต้องและมีเหตุผล นักเรียนสามารถสรุปองค์ความรู้จากการเรียนรู้ทั้งหมดผ่าน Infographic ได้อย่าง ครบถ้วนและสร้างสรรค์ อีกทั้งยังสามารถนำเสนอองค์ความรู้ได้สำเร็จ 2) ด้านทักษะ ผลการดำเนิน กิจกรรมชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมการเรียนรู้สามารถพัฒนาทักษะที่หลากหลาย ดังนี้นักเรียนสามารถมอง ปัญหาในมุมมองเชิงบวก และส่งเสริมความมั่นใจในตัวเอง ทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นการวางแผนอย่างเป็นระบบและการใช้ข้อกฎหมายอย่างเหมาะสม ส่งเสริมทักษะการกล้า แสดงออกผ่านการออกแบบโปสเตอร์ และการนำเสนอผลงาน และสร้างความตระหนักถึงบทบาทของ การช่วยเหลือผู้อื่นในสถานการณ์จำลอง รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายสังคมที่ส่งเสริมการสนับสนุน ระหว่างกัน 3) ด้านเจตคติ จากการสนทนากลุ่ม นักเรียนแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในเจตคติ อย่างชัดเจน นักเรียนสามารถบอกได้ถึงการมีความเข้าใจในสิทธิของตนเองและผู้อื่นมากขึ้น เห็น ความสำคัญของการเคารพสิทธิ และเรียนรู้วิธีปฏิบัติเพื่อปกป้องตนเองจากการถูกกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะในโลกไซเบอร์ นักเรียนยังแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง และพัฒนาวิธีการ จัดการอารมณ์และความรู้สึกเชิงบวกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยนเรศวรen_US
dc.titleกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่องสิทธิ และเสรีภาพ เพื่อพัฒนาทักษะ การเผชิญปัญหาการถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกลุ่มบ้านไร่en_US
dc.title.alternativePROBLEM BASED LEARNING ON RIGHTS AND FREEDOMS TO DEVELOP CYBERBULLYING COPING SKILLS OF PRIMARY 5 STUDENTS AT BAAN RAI NETWORKING SCHOOLSen_US
dc.typeThesisen_US
Appears in Collections:คณะศึกษาศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
NuchnapangFusampok.pdf13.81 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.