Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7387
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorจุรีภรณ์ ไชยทักษิณ-
dc.date.accessioned2026-07-06T02:28:32Z-
dc.date.available2026-07-06T02:28:32Z-
dc.date.issued2568-
dc.identifier.urihttp://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7387-
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ พย.ม. การพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชนen_US
dc.description.abstractการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research design) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผล ของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจ ผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ต่อความรู้ พฤติกรรม การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่สงสัยล่าช้า กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ ผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 50 คน คือ ผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย จำนวน 25 คน และ เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า จำนวน 25 คน เครื่องมือดำเนินการวิจัย คือ โปรแกรม การเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ระยะเวลาในการทดลอง 4 สัปดาห์ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การค้นพบสภาพจริง การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ การตัดสินใจ เลือกวิธีปฏิบัติ และการคงไว้ซึ่งการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบประเมินความรู้การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย แบบสอบถามพฤติกรรมการ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่สงสัยล่าช้า และแบบสอบถามข้อมูลเด็กปฐมวัย ซึ่งได้รับการตรวจสอบ ความถูกต้องของเนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน หาค่าสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับ วัตถุประสงค์ (IOC: item objective congruence) ของแบบประเมินความรู้การส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัย ได้เท่ากับ 0.86 หาค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา (CVI: content validity index) ของ แบบสอบถามพฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่สงสัยล่าช้า ได้เท่ากับ 0.93 และ แบบสอบถามข้อมูลของเด็ก ได้เท่ากับ 0.95 จากนั้นนำข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ มาปรับแก้ไข ร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษา ให้มีความสมบูรณ์ และนำไปตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือ (Reliability)ง แบบประเมินความรู้การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ได้ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.87 และ แบบสอบถามพฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่สงสัยล่าช้า ได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา ครอนบาค เท่ากับ 0.94 การวิจัยครั้งนี้ใช้สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Paired t-test, Independent t-test, Chi-square test และ McNemar test เพื่อทดสอบความแตกต่างของข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ พฤติกรรม การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่สงสัยล่าช้า และสัดส่วนเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการสมวัย สูงกว่าก่อน การทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ผลการศึกษาสรุปได้ว่า โปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย มีประสิทธิผลในการพัฒนา ความรู้ พฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่สงสัยล่าช้าของผู้ดูแลเด็ก และส่งผลให้ เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า มีพัฒนาการสมวัยเพิ่มขึ้นen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยนเรศวรen_US
dc.titleผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ต่อความรู้ พฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่สงสัยล่าช้าen_US
dc.title.alternativeTHE EFFECTS OF AN EMPOWERMENT PROGRAM FOR EARLY CHILDHOOD CAREGIVERS ON KNOWLEDGE, DEVELOPMENT – PROMOTNG BEHAVIORS AND DEVELOPMENTAL STATUS OF CHILDREN WITH SUSPECTED DEVELOPMENTAL DELAYen_US
dc.typeThesisen_US
Appears in Collections:คณะพยาบาลศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
JureeponChaitaksin.pdf8.13 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.