Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7361
Title: การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลอง เชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างแบบจำลอง เรื่อง แสงเชิงรังสี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
Other Titles: THE DEVELOPMENT OF MODEL-BASED LEARNING ACTIVITIES WITH PhET INTERACTIVE SIMULATIONS TO ENHANCE FORMULATING MODELS ON LIGHT AS ELECTROMAGNETIC RADIATION FOR MATTHAYOMSUKSA 5
Authors: ปิยะพงษ์ ดีนุช
Issue Date: 2568
Publisher: มหาวิทยาลัยนเรศวร
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET เรื่อง แสงเชิงรังสี ให้มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) ศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน ร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET เรื่อง แสงเชิงรังสี 3) ศึกษาความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิง ปฏิสัมพันธ์ของ PhET เรื่อง แสงเชิงรังสี โดยดำเนินการศึกษาตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา กลุ่ม ตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 40 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวจัยได้แก่ กิจกรรมและแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบประเมินความเหมาะสมของกิจกรรมและแผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัดทักษะการสร้างแบบจำลอง เรื่อง แสงเชิงรังสี และแบบสอบถามความพึง พอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์ จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET เรื่อง แสงเชิงรังสี สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระต่อกัน ผลการิจัย พบว่า 1) ความเหมาะสมของกิจกรรมและแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET จากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการประเมินประสิทธิภาพของกิจกรรมการ เรียนรู้โดยภาพรวมมีประสิทธิภาพเท่ากับ 76.56/77.60 2) นักเรียนมีทักษะการสร้างแบบจำลองหลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียนและสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) นักเรียนมี ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับสถานการณ์จำลองเชิง ปฏิสัมพันธ์ของ PhET โดยภาพรวมมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด
Description: การค้นคว้าอิสระ กศ.ม สาขาวิจัยและประเมินทางการศึกษา
URI: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7361
Appears in Collections:คณะศึกษาศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
PiyapongDeenuch.pdf4.45 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.