Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7350
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorนาฎชญา ทรัพย์โฮ้-
dc.date.accessioned2026-06-23T06:35:01Z-
dc.date.available2026-06-23T06:35:01Z-
dc.date.issued2568-
dc.identifier.urihttp://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7350-
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ กศ.ม. บริหารการศึกษาen_US
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของสภานักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษา ก่อนและหลังการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิง สร้างสรรค์ 2) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ของสภานักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษา 3) เพื่อถอดบทเรียนและขยายผลการพัฒนาการทำงานเป็นทีม แบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ กลุ่มเป้าหมาย คือ สภานักเรียนโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จำนวน 31 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) 3 วงรอบ ปฏิบัติการ แต่ละวงรอบปฏิบัติการจะสะท้อนผลการดำเนินงาน เครื่องมืองการวิจัยประกอบด้วย แบบ สัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบประเมินประสิทธิภาพการทำงาน วิเคราะห์ ข้อมูลด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมานแบบเปรียบเทียบกลุ่มเดียว Paired Samples t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพการทำงานของสภา นักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาก่อนและหลังการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิง สร้างสรรค์ วงรอบที่ 3 มีค่าสูงกว่าก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสภานักเรียน วงรอบที่ 1 อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 2) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำ เชิงสร้างสรรค์ ของสภานักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษา วงรอบปฏิบัติการที่ 1 ประสิทธิภาพการทำงาน ของสภานักเรียนก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิง สร้างสรรค์ เท่ากับระดับปานกลาง และการทำงานของสภานักเรียนก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ เท่ากับระดับปานกลาง วงรอบ ปฏิบัติการที่ 2 การสังเกตพฤติกรรมที่สอดคล้องตามสภาพจริง มีระดับพฤติกรรมโดยรวมให้ ความสำคัญอยู่บ่อยครั้ง และมีระดับการทำงานโดยรวมระดับมาก วงรอบปฏิบัติการที่ 3 การสังเกต พฤติกรรมที่สอดคล้องตามสภาพจริงมีระดับพฤติกรรมโดยรวมให้ความส าคัญอยู่บ่อยครั้ง มีระดับการ ทำงานโดยรวมมากที่สุด และมีระดับประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมมากที่สุด 3) ถอดบทเรียนและ ขยายผลการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ โดยมีครูผู้ดูแลสภานักเรียนเข้าร่วม ทั้งสิ้นจำนวน 32 คน สรุปผลการสะท้อนคิดได้ว่า การพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัมด้วยภาวะ ผู้น าเชิงสร้างสรรค์ช่วยยกระดับสภานักเรียนให้มีระบบการทำงานที่เป็นสากล ผ่านการปรับโครงสร้าง งานที่ชัดเจนและมีเป้าหมาย โดยเปลี่ยนบทบาทครูจากผู้สั่งการเป็นโค้ช เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนกล้า คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารที่ล่าช้าด้วยการทำงาน เป็นวงรอบสั้นและกิจกรรม Daily Scrum ที่เน้นความคล่องตัว เกิดการสะท้อนคิดเพื่อถอดบทเรียน ร่วมกัน สร้างเครือข่ายแห่งการเรียนรู้และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสภานักเรียนได้อย่างเป็น รูปธรรมและยั่งยืนen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยนเรศวรen_US
dc.subjectการทำงานเป็นทีมแบบสกรัมen_US
dc.subjectภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์en_US
dc.subjectสภานักเรียนen_US
dc.titleการพัฒนาการทำงานเป็นทีมแบบสกรัม ด้วยภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสภานักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์en_US
dc.title.alternativeThe Development of Scrum-Based Teamwork through Creative Leadership to Enhance the Working Efficiency of Student Councils in Secondary Schools under the PhitsanulokUttaradit Secondary Educational Service Area Officeen_US
dc.typeThesisen_US
Appears in Collections:คณะศึกษาศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
NadchayaSup-ho.pdf8.85 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.