Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7250
Title: การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบผสมผสาน เพื่อส่งเสริมการจัดประสบการณ์ทักษะสมอง EF สำหรับครูปฐมวัย
Other Titles: The development of a mixed supermision model to improve executive function (EF) for early
Authors: นิลุบล กลั่นเขตรกิจ
Issue Date: 2568
Publisher: มหาวิทยาลัยนเรศวร
Abstract: การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการนิเทศแบบผสมผสาน เพื่อส่งเสริมการจัด ประสบการณ์ทักษะสมอง EF สำหรับครูปฐมวัย 2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นที่มีต่อ ความสามารถของครูปฐมวัยในการจัดประสบการณ์ทักษะสมอง EF และพัฒนาการด้านทักษะสมอง EF ของเด็กปฐมวัย โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research: PAOR) ประกอบด้วย การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต และการสะท้อนผล กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูวิชาการปฐมวัย ครูปฐมวัย ศึกษานิเทศก์ ผู้เชี่ยวชาญ และเด็กปฐมวัย เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบประเมิน แบบสังเกต แบบบันทึกสะท้อนผล และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา รูปแบบการนิเทศแบบ ผสมผสานที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการและแนวคิด วัตถุประสงค์ เนื้อหา และสาระ กระบวนการนิเทศ และการวัดและประเมินผล โดยมีกระบวนการนิเทศ 4 ขั้นตอน คือ การร่วมวางแผน การสังเกต การสะท้อนผล และการติดตามพัฒนา ผลการตรวจสอบคุณภาพ พบว่า รูปแบบและคู่มือมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด หลังการใช้รูปแบบ ครูปฐมวัยมีความสามารถในการจัดประสบการณ์ทักษะสมอง EF สูงขึ้น และเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการ ด้านทักษะสมอง EF ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการจดจ่อใส่ใจ การยับยั้งชั่งใจ และการควบคุมอารมณ์ ผลการวิจัย พบว่า 1. รูปแบบการนิเทศแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม เป็นระบบ และสอดคล้อง กับบริบทสถานศึกษา โดยประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการและแนวคิด วัตถุประสงค์ เนื้อหาและสาระ กระบวนการนิเทศ และการวัดและประเมินผล และมีกระบวนการนิเทศ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การร่วมวางแผน การสังเกต การสะท้อนผล และการติดตามพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับวงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) ผลการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า คู่มือมีความเหมาะสมอยู่ใน ระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.73, S.D. = 0.48) และมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.70, S.D. = 0.50) 2. ภายหลังการใช้รูปแบบ ครูปฐมวัยมีความสามารถในการจัดประสบการณ์ทักษะสมอง EF สูงขึ้น โดยผลการประเมินกระบวนการนิเทศแบบคลินิกก่อนทดลองอยู่ในระดับปานกลาง (𝑥̄ = 2.79, S.D. = 0.53) และหลังทดลองอยู่ในระดับมาก (𝑥̄ = 4.07, S.D. = 0.48) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด หลังทดลอง คือ การประชุมหลังสอน (𝑥̄ = 4.54) รองลงมา คือ การวิเคราะห์ข้อมูล (𝑥̄ = 4.46) ขณะที่การติดตามและพัฒนามีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าด้านอื่น (𝑥̄ = 3.75) 3. เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการด้านทักษะสมอง EF สูงขึ้นหลังการทดลอง โดยคะแนนรวมเฉลี่ย ก่อนทดลองของเด็กทั้ง 2 ห้องเรียนเท่ากับ 66.60 (S.D. = 7.09) และหลังทดลองเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 77.37 โดยห้องเรียน 1 เพิ่มจาก 61.53 เป็น 75.90 และห้องเรียน 2 เพิ่มจาก 72.04 เป็น 78.95 โดยทักษะที่มีค่าเฉลี่ยสูงเด่นหลังทดลอง ได้แก่ การจดจ่อใส่ใจ การยับยั้งชั่งใจ การควบคุมอารมณ์ และการยืดหยุ่นความคิด ส่วนทักษะการวางแผนและจัดระบบ การมุ่งเป้าหมาย และการติดตาม ประเมินตนเองยังมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทักษะอื่น จึงควรได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง
Description: วิทยานิพนธ์ กศ.ด. การบริหารการศึกษา
URI: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7250
Appears in Collections:คณะศึกษาศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
NilubonKlankhetkit.pdf8.56 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.