Please use this identifier to cite or link to this item:
http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6853| Title: | รูปแบบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ย่านชุมชนเก่าพิจิตร เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวมิติใหม่ โดยการขับเคลื่อนของเยาวชนแกนนำนักสืบน้อยย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองพิจิตร |
| Other Titles: | HISTORICAL LEARNING MODEL OF PHICHIT TRADITIONAL COMMUNITIES FOR DEVELOPING NEO TOURISM DRIVEN BY YOUNG DETECTIVES OF PHICHIT HISTORY |
| Authors: | ชุติมา มั่นเหมาะ |
| Issue Date: | 2567 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Abstract: | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวมิติใหม่ของย่านชุมชน เก่าพิจิตร 2) เพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ย่านชุมชนเก่าพิจิตรเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว มิติใหม่ โดยการขับเคลื่อนของเยาวชนแกนนำนักสืบน้อยย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองพิจิตร เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) กลุ่มผู้ให้ข้อมูล หลักจำนวนทั้งหมด 182 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มผู้ให้ความรู้ จำนวน 42 คน และ กลุ่มผู้ร่วมภาคีเครือข่ายการวิจัย จำนวน 140 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง โดยมีขอบเขตพื้นที่ การวิจัย คือ ย่านชุมชนเก่าพิจิตร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 9 ชนิด คือ 1) การสำรวจ 2) แบบบันทึก ภาคสนาม 3) แบบสังเกต 4) แนวคำถามในการสัมภาษณ์เชิงลึก 5) แนวคำถามในการสนทนากลุ่ม 6) แบบวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชน (SWOT Analysis) 7) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (QGIS) 8) รูปแบบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และ 9) แบบประเมินภาวะชนบทอย่างเร่งด่วน (RRA) ผู้วิจัยได้ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยขั้นสุดท้ายผู้วิจัยได้สะท้อนผลการปฏิบัติในแต่ละ วงรอบของกิจกรรมและทำการวิเคราะห์ข้อมูลและตีความข้อมูลโดยการวิเคราะห์และอภิปรายร่วมกัน เพื่อหาข้อสรุปตีความและตรวจสอบความถูกต้องตรงประเด็นของผลการวิจัยและคืนข้อมูลสู่ชุมชน ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ที่ 1 พบว่า 1) องค์ความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นย่าน ชุมชนเก่าพิจิตร 2) สภาพปัจจุบันและปัญหาการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ย่านชุมชนเก่าพิจิตร 3) ศักยภาพ ด้านการท่องเที่ยวมิติใหม่ของย่านชุมชนเก่าพิจิตร โดยการวิเคราะห์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวมิติใหม่ ของย่านชุมชนเก่าพิจิตร ผู้วิจัยสรุปประเด็นสำคัญ ออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 3.1) มิติด้านทุนทางสังคม 3.2) มิติด้านคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยว 3.3) มิติด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว และ 3.4) มิติด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน และผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ที่ 2 พบว่า รูปแบบการเรียนรู้ PAR YOUNG YUEN Learning Model หรือ "พายั่งยืน" ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อพัฒนาชุมชนและการท่องเที่ยวในมิติใหม่ให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืน สามารถใช้ได้กับทั้งสามระบบ การศึกษา คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยเน้นเยาวชน แกนนำในการขับเคลื่อน ซึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสำคัญ 3 ระดับ คือ 1) ด้านการ เปลี่ยนแปลงระดับบุคคล 2) ด้านการเปลี่ยนแปลงระดับชุมชน และ 3) ด้านการเปลี่ยนแปลงระดับ ท่องเที่ยว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน |
| Description: | วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา |
| URI: | http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6853 |
| Appears in Collections: | คณะศึกษาศาสตร์ |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| ChutimaManmor.pdf | 11.88 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.
