Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7378
Title: ความชุกและรูปแบบการกลายพันธุ์ของเชื้อ HIV-1 ดื้อยา ในผู้ติดเชื้อที่มีภาวะล้มเหลวทางการรักษาในโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
Other Titles: PREVALENCE AND MUTATION PATTERNS OF HIV-1 DRUG RESISTANCE IN PATIENTS WITH VIROLOGICAL FAILURE AT SAWANPRACHARAK HOSPITAL
Authors: ธนิตา พันธุ์เขียน
Issue Date: 2568
Publisher: มหาวิทยาลัยนเรศวร
Abstract: การใช้ยาต้านไวรัสในการรักษาผู้ติดเชื้อ HIV-1 แม้จะช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและ การเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาการดื้อยาต้านไวรัส ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ ต่อการรักษาโรคติดเชื้อ HIV-1 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความชุกของเชื้อ HIV-1 ดื้อยา รูปแบบการกลายพันธุ์ของเชื้อ HIV-1 ดื้อยา และวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการดื้อยา ในผู้ติดเชื้อ HIV-1 ที่มีภาวะล้มเหลวทางการรักษาในโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ การศึกษานี้เป็นการศึกษาย้อนหลังในผู้ติดเชื้อ HIV-1 ที่ได้รับยาต้านไวรัสอย่างน้อย 6 เดือน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 ซึ่งมีปริมาณไวรัสในกระแสเลือด มากกว่า 1,000 copies/mL และมีผลการตรวจหาเชื้อดื้อต่อยาต้านไวรัสด้วยวิธีทางจีโนไทป์ รวบรวม ข้อมูลประชากรและข้อมูลทางคลินิกจากฐานข้อมูล HosXP, LIS และ NAP Plus โดยใช้สถิติ เชิงพรรณนาและการถดถอยโลจิสติก สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ติดเชื้อที่มีภาวะล้มเหลวทางการรักษา จำนวน 194 ราย พบความชุกของเชื้อ HIV-1 ที่ดื้อยาต้านไวรัสร้อยละ 68.04 โดยการดื้อต่อยากลุ่ม NNRTIs เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด (ร้อยละ 33.51) การกลายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในยากลุ่ม NNRTIs คือ ตำแหน่ง K103N/NR/NS (ร้อยละ 28.95) ส่วนยากลุ่ม NRTIs พบการกลายพันธุ์ตำแหน่ง M184V/I/IV มากที่สุด (ร้อยละ 30.77) สำหรับยากลุ่ม PIs พบการกลายพันธุ์หลัก (major mutations) ที่ตำแหน่ง M46L/I (ร้อยละ 35.7) และการกลายพันธุ์เสริม (accessory mutations) ที่ตำแหน่ง L33F (ร้อยละ 43.75) ขณะที่ ยากลุ่ม INSTIs พบการกลายพันธุ์หลักเพียงไม่กี่ตำแหน่ง ได้แก่ E138K+R263K และ G140R ซึ่งยังไม่ ส่งผลให้เกิดการดื้อยาในระดับสูง ผลการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุคูณ พบว่า ผู้ติดเชื้อที่มีจำนวน เซลล์ CD4 น้อยกว่า 200 cells/mm³ นั้นมีโอกาสดื้อยาต้านไวรัสมากกว่าผู้ที่มีจำนวนเซลล์ CD4 มากกว่าหรือเท่ากับ 200 cells/mm³ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Adjusted OR = 22.841; 95% CI = 1.697–307.474; p = 0.018)ง สรุปได้ว่า เชื้อ HIV-1 ดื้อยาในผู้ติดเชื้อที่มีภาวะล้มเหลวทางการรักษา ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยากลุ่ม NNRTI ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจหา เชื้อดื้อต่อยาต้านไวรัสด้วยวิธีทางจีโนไทป์และการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็น ข้อมูลสนับสนุนการพิจารณาสูตรยาต้านไวรัสที่เหมาะสมและลดการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา
Description: วิทยานิพนธ์ วท.ม. เทคนิคการแพทย์
URI: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/7378
Appears in Collections:คณะสหเวชศาสตร์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
TanitaPhunkian.pdf922.57 kBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.