Please use this identifier to cite or link to this item:
http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6825| Title: | ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของแรงงานพม่าในโรงงาน พื้นที่ชายแดนที่มีการระบาดสูง จังหวัดตาก: การวิจัยแบบผสมผสาน |
| Other Titles: | FACTORS INFLUENCING PREVENTIVE BEHAVIOR ON CORONAVIRUS DISEASE 2019 AMONG MYANMAR MIGRANTS’ WORKERS IN FACTORIES AT HIGH INCIDENCE RATE OF. BORDER AREAS TAK PROVINCE: A MIXED METHODS RESEARCH |
| Authors: | ชไมกาญจน์ แซ่เตีย |
| Issue Date: | 2567 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Abstract: | การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเกิดจาก แรงงานในสถานประกอบการของพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานพม่าในโรงงาน ในการสืบค้นปัจจัยที่ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรค สามารถเป็นแนวทางที่จะป้องกันและควบคุมโรคที่อาจเกิดขึ้น ในระรอกใหม่หรือโรคอุบัติการที่เกิดจากไวรัสได้อย่างทันเวลาและถูกต้อง วัตถุประสงค์ของการวิจัย แบบการศึกษาแบบผสมผสาน แบบที่มีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพพร้อมกัน เพื่อศึกษา ปัจจัยที่มีอิทธิต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป จำนวน 350 คน โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์ แอลฟาครอนบาคอยู่ระหว่าง 0.78 – 0.99 และรูปแบบการจัดการควบคุมป้องกันโรค ของแรงงาน พม่าในโรงงาน ที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการติดต่อโรค พื้นที่ชายแดนที่มี การระบาดสูง จังหวัดตาก กลุ่มผู้ให้ข้อมูลคือ โรงงาน ผู้นำชุมชน เทศบาล โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล(รพ.สต.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) จำนวน 54 คน ดำเนินการรวบรวมข้อมูลใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างโดยการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยแรงงาน มีอายุเฉลี่ย 26 ปี (𝑥̅= 26.01, SD.= 4.46) มีระดับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 69.7 ปัจจัยที่ อิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ < 0.05 ประกอบด้วย มาตรการแยกผู้ป่วย ผู้สัมผัสในโรงงาน (Beta = 0.492 , p<0.001) การได้รับ การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันโรค (Beta = -0.079 , p<0.001) การได้รับคำแนะนำในการป้องกันโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากโรงงาน (Beta = 0.262 , p<0.001) สิ่งแวดล้อมโรงงาน (Beta = 0.248 , p<0.001) โดยสามารถร่วมทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคของแรงงานพม่า ได้ร้อยละ 76.3ง (Adjusted R2 = 0.763) และรูปแบบการจัดการควบคุมป้องกันโรค ของแรงงานพม่าในโรงงาน ที่มี ผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 พื้นที่ชายแดนที่มีการระบาดสูง จังหวัดตาก ประกอบด้วย 1) การป้องกันส่วนบุคคลสำหรับแรงงาน 2) การจัดการพื้นที่โรงงาน 3) การบริหาร จัดการเวลาและกิจกรรมของแรงงาน 4) การตรวจคัดกรองและติดตามแรงงาน 5) การฉีดวัคซีนและ การให้ความรู้ 6) มาตรการในกรณีพบการติดเชื้อ ข้อเสนอแนะจากข้อค้นพบ คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรมีการวางแผนในการส่งเสริมพฤติกรรม การป้องกันตนเองให้กับแรงงานพม่า โดยมีการทบทวนด้านมาตรการการแยกผู้ป่วย ผู้สัมผัส การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกัน รูปแบบการให้คำแนะนำในการป้องกัน และการจัด สิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนให้แรงงานพม่าได้มีพฤติกรรมอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ควรมีการจัดการฝึกอบรมและ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันโรคติดเชื้อ ให้กับแรงงานต่างชาติในโรงงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะ ก่อนเกิดโรค ระหว่างและภายหลังการระบาด และต้องมีการบูรณาการแบบมีส่วนร่วมทั้งเจ้าของ กิจการ หน่วยงานภาครัฐ และแรงงานเอง ทั้งนี้อาจต้องคำนึงถึงการใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและเหมาะสม กับกลุ่มแรงงาน |
| Description: | วิทยานิพนธ์ ส.ม. สาธารณสุขศาสตร์ |
| URI: | http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6825 |
| Appears in Collections: | คณะสาธารณสุขศาสตร์ |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| ChamaikarnSaetia.pdf | 2.65 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.
