Please use this identifier to cite or link to this item: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6763
Title: ความสัมพันธ์ระหว่างการรับสัมผัสสารเคมีป้องกันก าจัดศัตรูพืช และความชุกของ โรคมะเร็งในเกษตรกร: การศึกษาภาคตัดขวาง จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย
Other Titles: ASSOCIATION BETWEEN PESTICIDE EXPOSURE AND PREVALENCE OF CANCER AMONG FARMERS: A CROSS-SECTIONAL STUDY IN NAKHONSAWAN PROVINCE, THAILAND
Authors: อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์
Keywords: ระบบาดวิทยา--ไทย--นครสวรรค์
สารเคมีทางการเกษตร -- แง่สิ่งแวดล้อม
มลพิษจากการเกษตร
สารเคมีทางการเกษตร--ไทย--นครสวรรค์
สารเคมีทางการเกษตร -- ผลกระทบทางสรีรวิทยา
Issue Date: 2567
Publisher: มหาวิทยาลัยนเรศวร
Abstract: การรับสัมผัสสารเคมีป้องกันก าจัดศัตรูพืชเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ เกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติของเกษตรกรเกี่ยวกับสารเคมีป้องกันก าจัดศัตรูพืช ศึกษาความชุก ของโรคมะเร็งในเกษตรกร และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว ่างการรับสัมผัสสารเคมีป้องกันก าจัด ศัตรูพืชกับความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ (Analytical Cross-sectional Study) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกร จังหวัดนครสวรรค์ที่เข้าร่วมการศึกษา จ านวน 10,646 คน ผ่านแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติLogistic regression เพื่อหา ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษา ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับความ เสี่ยงของสารเคมีป้องกันก าจัดศัตรูพืชอยู่ในระดับต ่า (ร้อยละ 40.19) และมีทัศนคติอยู่ในระดับปาน กลาง (ร้อยละ 77.93) อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติป้องกันการรับสัมผัสสารเคมีอยู่ในระดับดี (ร้อยละ 98.11) แต่ยังคงมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม ความสัมพันธ์ ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติของเกษตรกรเกี่ยวกับสารเคมีป้องกันก าจัดศัตรูพืช พบว่า เกษตรกรที่มีความรู้ระดับสูงมีโอกาสปฏิบัติการป้องกันลดลง 61% เมื่อเทียบกับผู้ที่มีความรู้ระดับต ่า (Odds Ratio = 0.39, 95% Confidence Interval = 0.29-0.51) ขณะที่เกษตรกรที่มีทัศนคติระดับ ปานกลางและดี มีโอกาสปฏิบัติที่ถูกต้องมากขึ้น 3.80 เท่า (OR = 3.80; 95%CI = 2.46-5.87) และ 9.24 เท่า (OR = 9.24; 95%CI = 4.88-17.49) ตามล าดับ เกษตรกรที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง มีจ านวน 173 คน (ร้อยละ 1.62) โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 71.7) มีอายุเฉลี่ย 57.3 ปี ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็ง ได้แก่ การใช้สารเคมีป้องกันก าจัดศัตรูพืชทุกประเภท (AOR = 2.05; 95%CI = 1.16-3.64) โดยเฉพาะสารไกลโฟเสท (AOR = 1.82; 95%CI = 1.11-3.98) สารพาราควอท (AOR = 1.38; 95%CI = 1.01-1.90) และสารโฟลิดอล (AOR = 2.87; 95%CI = 1.91-4.32) ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ การรับสัมผัสสารเคมีป้องกันก าจัดศัตรูพืชเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งใน เกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้น ควรมีมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังการใช้สารเคมีดังกล่าวอย่าง เข้มงวด รวมถึงส ่งเสริมความรู้และการปฏิบัติที ่เหมาะสมเพื ่อป้องกันผลกระทบต ่อสุขภาพของ เกษตรกรในระยะยาว
Description: วิทยานิพนธ์ ปร.ด
URI: http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6763
Appears in Collections:คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
AdisornVatthanasak.pdf6.9 MBAdobe PDFView/Open


Items in NU Digital Repository are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.