<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection: Faculty of Social Sciences</title>
  <link rel="alternate" href="http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/4479" />
  <subtitle>Faculty of Social Sciences</subtitle>
  <id>http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/4479</id>
  <updated>2026-04-09T08:01:34Z</updated>
  <dc:date>2026-04-09T08:01:34Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การสื่อสารทางการเมืองและการเคลื่อนไหวผ่านเพลง: การศึกษาเปรียบเทียบขบวนการ กปปส. และคณะราษฎร 63</title>
    <link rel="alternate" href="http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6970" />
    <author>
      <name>ปภาวี บุญประภา</name>
    </author>
    <id>http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6970</id>
    <updated>2026-04-07T06:41:07Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การสื่อสารทางการเมืองและการเคลื่อนไหวผ่านเพลง: การศึกษาเปรียบเทียบขบวนการ กปปส. และคณะราษฎร 63
Authors: ปภาวี บุญประภา
Abstract: การวิจัยเรื่องการสื่อสารทางการเมืองและการเคลื่อนไหวผ่านเพลง: การศึกษา&#xD;
เปรียบเทียบขบวนการ กปปส. และคณะราษฎร63 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะและ&#xD;
บทบาทของเพลงในฐานะเครื่องมือสื่อสารทางการเมืองของทั้งสองขบวนการและเพื่อ&#xD;
เปรียบเทียบแนวทางการใช้บทเพลงในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ทางการเมือง การวิจัยนี้&#xD;
เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้ข้อมูลจากเอกสารชั้นต้น&#xD;
และชั้นรอง รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลการศึกษาได้สะท้อนให้เห็น&#xD;
ถึงพลวัตของการเมืองไทยที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและสื่อทางวัฒนธรรม&#xD;
     ผลการวิจัยพบว่า ขบวนการ กปปส. ใช้บทเพลงที่เน้นแนวคิดอนุรักษ์นิยมและ&#xD;
ค่านิยมหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยมักดัดแปลงเพลงเก่าหรือเพลงปลุก&#xD;
ใจเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพและความชอบธรรมทางการเมือง ขณะที่ขบวนการ&#xD;
คณะราษฎร63 ใช้บทเพลงที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมร่วมสมัย (Pop Culture) และสื่อดิจิทัล&#xD;
เพื่อสื่อสารแนวคิดประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และสิทธิเสรีภาพของประชาชน&#xD;
โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกอย่างอิสระผ่านดนตรี ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็น&#xD;
ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางสังคมที่ดนตรีกลายเป็นภาษาทางการเมืองในยุคดิจิทัลจะเห็นได้ว่าเพลงมิได้เป็นเพียงเครื่องมือทางศิลปะ หากแต่เป็นเครื่องมือทาง&#xD;
อำนาจที่ใช้ในการปลุกระดม การสร้างอัตลักษณ์ และการต่อรองเชิงอุดมการณ์ระหว่างกลุ่ม&#xD;
การเมืองต่างๆ การศึกษานี้ช่วยเปิดมิติใหม่ให้กับการทำความเข้าใจบทบาทของวัฒนธรรม&#xD;
ในกระบวนการทางการเมืองไทยและเสนอแนะแนวทางการศึกษาต่อในอนาคตเพื่อ&#xD;
เปรียบเทียบอิทธิพลของบทเพลงในขบวนการทางการเมืองในประเทศอื่นๆ
Description: วิทยานิพนธ์ ร.ม.</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้นิเวศวิทยาวัฒนธรรมเป็นฐาน เพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย</title>
    <link rel="alternate" href="http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6934" />
    <author>
      <name>นนทพร ไกลถิ่น</name>
    </author>
    <id>http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6934</id>
    <updated>2026-03-09T06:57:50Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้นิเวศวิทยาวัฒนธรรมเป็นฐาน เพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
Authors: นนทพร ไกลถิ่น
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาในการจัดการเรียนรู้&#xD;
เพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ&#xD;
2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้นิเวศวิทยาวัฒนธรรมเป็นฐาน เพื่อพัฒนาความเป็น&#xD;
พลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ&#xD;
(Qualitative Research) ดำเนินการวิจัยออกเป็น 2 ประเด็น โดยเก็บข้อมูลดังนี้ 1) เก็บข้อมูลด้วย&#xD;
การสัมภาษณ์จากผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม&#xD;
จำนวน 5 คน อาจารย์ที่ทำการสอนในระดับอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านสังคมศึกษา&#xD;
จำนวน 3 คน 2) เก็บข้อมูลจากการใช้คู่มือครูที่มีรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้นิเวศวิทยาวัฒนธรรม&#xD;
เป็นฐานเพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย&#xD;
จำนวน 14 คน&#xD;
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แนวคำถามในการสัมภาษณ์เกี่ยวกับสภาพ&#xD;
ปัจจุบันและปัญหาของการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงของ&#xD;
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) คู่มือครูที่มีรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้นิเวศวิทยาวัฒนธรรม&#xD;
เป็นฐานเพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย&#xD;
3) แบบวัดความเป็นพลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง 4) แนวคำถามในการสนทนากลุ่มของนักเรียน&#xD;
หลังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้นิเวศวิทยาวัฒนธรรมเป็นฐาน และวิเคราะห์แบบอุปนัยแล้ว&#xD;
เขียนบรรยายเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่าผลการศึกษา พบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเป็นพลเมือง&#xD;
ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แม้จะมีการระบุแนวคิดเรื่อง Active&#xD;
Citizen ในหลักสูตรฐานสมรรถนะพลเมืองที่เข้มแข็ง แต่ยังขาดแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ชัดเจน&#xD;
ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนยังไม่สามารถสร้างคุณลักษณะความเป็นพลเมืองผู้สร้างการ&#xD;
เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการบรรยายมากกว่า&#xD;
การลงมือทำ ส่งผลให้นักเรียนยังขาดความกระตือรือร้น และขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ และ&#xD;
เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ทางนิเวศวิทยาวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม ขณะเดียวกันครูผู้สอนยังขาด&#xD;
ความเข้าใจในบริบททางสังคมและยังไม่สามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และ&#xD;
ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างเต็มที่ 2) แนวทางในการสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มี&#xD;
ประสิทธิภาพ ประกอบด้วย การใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ร่วมกับแนวคิด&#xD;
ปฏิรูปนิยม พัฒนาการนิยม และการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน มุ่งเน้นเนื้อหาการเรียนรู้จากปัญหา&#xD;
หรือสถานการณ์จริงในสังคมและชุมชน มีกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการความเข้าใจธรรมชาติ ความ&#xD;
หลากหลายทางวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมในสังคม และใช้วิธีการประเมินที่หลากหลายและ&#xD;
สอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้ พบว่า ได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้รูปแบบ Change&#xD;
ซึ่งประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ตระหนักรู้ต่อปัญหานิเวศวิทยาวัฒนธรรม (Awareness of&#xD;
Cultural Ecology Issues), (2) การสำรวจปัญหาอย่างมีส่วนร่วม ( Participatory Problem&#xD;
Exploration ), (3) วิเคราะห์ปัญหาในมิตินิเวศวิทยาวัฒนธรรม (Analysis of Cultural Ecology&#xD;
Issues), (4) บูรณาการความรู้สู่การปฏิบัติ (Integrating Knowledge into Practice), (5) ปฏิบัติการ&#xD;
พลเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Transformative Civic Action) ,และ (6) สะท้อนการเรียนรู้สู่การ&#xD;
เปลี่ยนแปลง (Reflective Learning for Transformation) จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า&#xD;
นักเรียนมีพัฒนาการด้านการคิดสร้างสรรค์และคิดเชิงวิพากษ์อย่างมีเหตุผล มีความตระหนักและ&#xD;
รับผิดชอบต่อปัญหาสังคม มีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและการทำงานเป็น&#xD;
ทีม อีกทั้งสามารถออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างสอดคล้องกับ&#xD;
บริบทของท้องถิ่นและสังคมโลก
Description: วิทยานิพนธ์ กศ.ม. สังคมศึกษา</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ความคิดว่าด้วยเรื่องพรรคคอมมิวนิสต์ในงานเขียนของ Antonio Gramsci</title>
    <link rel="alternate" href="http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6932" />
    <author>
      <name>ธนกร บุญยืน</name>
    </author>
    <id>http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6932</id>
    <updated>2026-03-06T08:41:26Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ความคิดว่าด้วยเรื่องพรรคคอมมิวนิสต์ในงานเขียนของ Antonio Gramsci
Authors: ธนกร บุญยืน
Abstract: วิทยานิพนธ์เล่มนี้เกิดขึ้นมาจากความสนใจของผู้วิจัยเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์และลัทธิ&#xD;
มาร์กซ์ของ อันโตนิโอ กรัมชี่ ผู้ทั้งมีบทบาทสำคัญในวงการวิชาการสากลและวงการวิชาการไทย ทั้ง&#xD;
ในทางแนวคิดทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรม แนวคิดของกรัมชี่นั้นได้รับการศึกษากันอย่าง&#xD;
กว้างขวางในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาจากผลงานของกรัมชี่ได้รับการเผยแพร่อย่างแพร่หลาย ทั้งบทความ&#xD;
หนังสือ และงานวิจัยที่ใช้แนวคิดของเขาเป็นกรอบในการอธิบาย แต่อย่างไรก็ตามสำหรับงานวิจัยฉบับ&#xD;
นี้ผู้วิจัยได้เห็นช่องว่างของการศึกษาในประเด็นของแนวคิดเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์และลัทธิมาร์กซ์&#xD;
ของ อันโตนิโอ กรัมชี่ ในงานเขียนช่วงที่ก่อนกรัมชี่จะถูกคุมขัง มาเป็นประเด็นในการศึกษาวิเคราะห์&#xD;
ตีความตัวบทในงานวิจัยฉบับนี้&#xD;
จากการศึกษาวิเคราะห์พบว่าในประเด็นที่ 1 พรรคคอมมิวนิสตของ อันโตนิโอ กรัมชี่ กรัมชี่&#xD;
มองพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ใช่แค่เครื่องมือปฏิวัติในเชิงทฤษฎี แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่สร้างอำนาจผ่าน&#xD;
วัฒนธรรม ฉันทามติ และความชอบธรรม พรรคต้องเป็น “พรรคประชาธิปไตย” ที่ได้รับการยอมรับ&#xD;
จากชนชั้นแรงงานและผู้ถูกกดขี่ทั้งหมด เป็นพรรคที่หล่อหลอมผู้นำจากมวลชน และผู้นำนั้นต้องมี&#xD;
ความสามารถทั้งด้านการเมือง จิตใจ และความมุ่งมั่น เพื่อเป็นตัวแทนแท้จริงของชนชั้นกรรมาชีพใน&#xD;
การมุ่งสู่สังคมไร้ชนชั้น&#xD;
ประเด็นที่สองลัทธิมาร์กซ์ในแบบของ อันโตนิโอ กรัมชี่ กรัมชี่ได้รับอิทธิพลจากลัทธิมาร์กซ์&#xD;
อย่างมาก โดยเฉพาะแนวคิดวัตถุนิยมวิภาษวิธีและการปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพ แต่เขาไม่รับมา&#xD;
ทั้งหมด หากปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทโดยเน้นบทบาทของโครงสร้างส่วนบนเช่น อุดมการณ์&#xD;
วัฒนธรรม และฉันทามติในการสร้างอำนาจ กรัมชี่เห็นว่าการปฏิวัติต้องเริ่มจากการสร้างความ&#xD;
ตระหนักรู้และความพร้อมทางการเมืองของกรรมาชีพ พรรคคอมมิวนิสต์ต้องทำหน้าที่สร้างรัฐของ&#xD;
คนงานอย่างมั่นคงและเสนอ “สภาโรงงาน” เพื่อฝึกฝนกรรมาชีพให้เข้าใจบทบาททางการเมืองและ&#xD;
การบริหารนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมนิยมและคอมมิวนิสต์
Description: วิทยาพนธ์ ร.ม. รัฐศาสตร์</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>นิเวศเกษตรกรรมและการปรับตัวของเกษตรกรหลังโควิด-19: กรณีศึกษาพื้นที่สวนมะม่วง อําเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก</title>
    <link rel="alternate" href="http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6929" />
    <author>
      <name>นาฏลดา มาทํามา</name>
    </author>
    <id>http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6929</id>
    <updated>2026-03-09T07:10:40Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: นิเวศเกษตรกรรมและการปรับตัวของเกษตรกรหลังโควิด-19: กรณีศึกษาพื้นที่สวนมะม่วง อําเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
Authors: นาฏลดา มาทํามา
Description: วิทยานิพนธ์ ร.ม. รัฐศาสตร์</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

